สุขภาพดีทุกวัน

สุขภาพ การออกกำลังกาย และนิสัยประจำวัน

บล็อกที่ดูแลโดย พี่อาโต

วิธีออกกำลังกายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานเป็นกล้ามเนื้อกลุ่มเล็กที่หลายคนไม่เคยรู้สึกถึงมันเลยจนกว่าจะเริ่มมีปัญหา บางคนสังเกตว่าไอหรือจามแล้วมีปัสสาวะเล็ดนิดหน่อย บางคนรู้สึกว่าหลังคลอดร่างกายส่วนล่างไม่เหมือนเดิม เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าอาย และไม่ใช่เรื่องที่ต้องปล่อยผ่าน เพราะกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ฝึกให้แข็งแรงขึ้นได้จริงด้วยวิธีที่ไม่ซับซ้อน บทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานตั้งแต่พื้นฐาน ไปจนถึงวิธีหาตำแหน่งที่ถูกต้องและขั้นตอนฝึกที่ทำตามได้จริงในชีวิตประจำวัน

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคืออะไรและสำคัญอย่างไร

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคือกลุ่มกล้ามเนื้อที่ขึงอยู่บริเวณฐานของกระดูกเชิงกราน ทำหน้าที่พยุงกระเพาะปัสสาวะ มดลูก (ในผู้หญิง) และลำไส้ตรงให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม กล้ามเนื้อกลุ่มนี้ทำงานร่วมกับกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว (core muscles หรือกล้ามเนื้อที่ห่อหุ้มช่องท้องและหลังส่วนล่าง) เพื่อควบคุมแรงดันภายในช่องท้องเวลาไอ จาม ยกของ หรือแม้แต่เวลาหัวเราะ

เมื่ออายุมากขึ้น ตั้งครรภ์ คลอดบุตร หรือมีน้ำหนักตัวเกิน กล้ามเนื้อกลุ่มนี้มีโอกาสอ่อนแรงลง ผลที่ตามมาคือควบคุมปัสสาวะได้ยากขึ้น รู้สึกหน่วงหรือมีก้อนยื่นบริเวณช่องคลอด หรือสมรรถภาพทางเพศเปลี่ยนไป การฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพร่างกายส่วนล่างที่มองข้ามไม่ได้ ไม่ต่างจากการฝึกกล้ามเนื้อขาหรือหลัง

สัญญาณที่บอกว่าควรเริ่มฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน

สัญญาณที่พบบ่อยที่สุดคือปัสสาวะเล็ดเวลาไอ จาม หัวเราะ หรือออกกำลังกาย ซึ่งเป็นอาการของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ชนิดเครียด (stress incontinence หรือปัสสาวะเล็ดเมื่อมีแรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้นกะทันหัน) อีกกลุ่มอาการคือรู้สึกปวดเบ่งหรือถ่วงบริเวณอุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะหลังยืนหรือเดินนาน ๆ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะอวัยวะในอุ้งเชิงกรานหย่อน

นอกจากนี้ ผู้หญิงในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอดถือเป็นกลุ่มที่ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากน้ำหนักของครรภ์และกระบวนการคลอดส่งผลโดยตรงต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้ ผู้ชายเองก็สามารถมีปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานอ่อนแรงได้เช่นกัน โดยเฉพาะหลังผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือเมื่ออายุมากขึ้น

ภาพผู้หญิงยืนวางมือบนหน้าท้องส่วนล่างเพื่อสังเกตร่างกาย
ประเด็นสำคัญที่ควรรู้
  • กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานพยุงกระเพาะปัสสาวะ มดลูก และลำไส้ตรง
  • ปัสสาวะเล็ดเวลาไอหรือจามเป็นสัญญาณที่พบบ่อยที่สุดว่าควรเริ่มฝึก
  • ผู้ใหญ่ทุกคนควรมีกิจกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้ออย่างน้อย 2 วันต่อสัปดาห์ (CDC, 2023)
  • หญิงตั้งครรภ์และหลังคลอดเป็นกลุ่มที่แนวทางสุขภาพระดับโลกให้ความสำคัญเป็นพิเศษ (WHO, 2020)

วิธีหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานให้เจอก่อนเริ่มฝึก

วิธีที่ง่ายที่สุดคือลองนึกภาพว่ากำลังพยายามกลั้นไม่ให้ผายลม ให้ลองเกร็งกล้ามเนื้อรอบทวารหนักเบา ๆ โดยไม่เกร็งก้นหรือต้นขาไปด้วย ถ้ารู้สึกว่ากล้ามเนื้อบริเวณนั้นถูกดึงขึ้นเล็กน้อยแสดงว่าหาเจอกล้ามเนื้อที่ถูกต้องแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่ใช้ทดสอบได้ครั้งเดียวคือลองหยุดปัสสาวะกลางคันขณะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ควรทำวิธีนี้เป็นประจำ เพราะการฝึกขณะปัสสาวะบ่อย ๆ อาจรบกวนการทำงานปกติของกระเพาะปัสสาวะ

ระหว่างฝึกหาตำแหน่งกล้ามเนื้อ ให้หายใจตามปกติ ไม่กลั้นหายใจ และสังเกตว่าหน้าท้อง ก้น และต้นขาไม่เกร็งตามไปด้วย หากรู้สึกว่าหาตำแหน่งไม่เจอหลังจากลองหลายครั้ง การปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดด้านอุ้งเชิงกรานจะช่วยให้มั่นใจว่ากำลังเกร็งกล้ามเนื้อกลุ่มที่ถูกต้อง

ภาพผู้หญิงนั่งบนโซฟาด้วยสีหน้าครุ่นคิดถึงอาการที่พบ

🛒 สินค้าแนะนำ

AliExpress 🛒 สินค้าแนะนำ

ขั้นตอนบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทีละสเต็ป

เมื่อหากล้ามเนื้อที่ถูกต้องเจอแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือฝึกเกร็งและคลายอย่างมีจังหวะ เริ่มจากท่านอนหงายชันเข่าซึ่งเป็นท่าที่ควบคุมได้ง่ายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น ค่อย ๆ เกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานขึ้นด้านในลำตัว ค้างไว้ช่วงสั้น ๆ แล้วคลายออกจนรู้สึกผ่อนคลายเต็มที่ก่อนเริ่มรอบถัดไป จำนวนครั้งและระยะเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันไปในแต่ละคน จึงควรเริ่มจากจำนวนน้อยที่ทำได้สบาย แล้วค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามความแข็งแรงที่ดีขึ้น

เมื่อร่างกายคุ้นเคยกับท่านอนแล้ว สามารถขยับไปฝึกในท่านั่งและท่ายืนได้ เพื่อให้กล้ามเนื้อทำงานได้ในทุกอิริยาบถของชีวิตประจำวัน จุดสำคัญคือความสม่ำเสมอมีผลมากกว่าความหนักของแต่ละครั้ง การฝึกบ่อยแต่เบา มักได้ผลดีกว่าการฝึกหนักแต่ไม่ต่อเนื่อง

ลักษณะการฝึก ท่านอนหงายชันเข่า ท่านั่งหรือยืน
ความยากในการควบคุมกล้ามเนื้อ ง่าย เหมาะกับผู้เริ่มต้น ยากขึ้นเล็กน้อยเพราะต้องต้านแรงโน้มถ่วง
ความใกล้เคียงกับชีวิตประจำวัน น้อย เพราะไม่ค่อยได้นอนฝึกระหว่างวัน สูง เพราะทำได้ระหว่างนั่งทำงานหรือยืนรอ
เหมาะกับช่วงไหน ช่วงเริ่มต้นฝึกใหม่ ๆ หลังจากคุ้นเคยกับการเกร็งกล้ามเนื้อแล้ว
ภาพประกอบการวางมือบนหน้าท้องส่วนล่างเพื่อฝึกหากล้ามเนื้อ


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและวิธีฝึกอย่างปลอดภัย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ก้น หรือต้นขาแทนที่จะเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานโดยตรง ทำให้ฝึกไปนานแต่ไม่เห็นผล อีกข้อผิดพลาดคือการกลั้นหายใจระหว่างเกร็ง ซึ่งเพิ่มแรงดันในช่องท้องโดยไม่จำเป็นและอาจทำให้เวียนศีรษะ การฝึกขณะปัสสาวะเป็นประจำก็เป็นพฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจรบกวนการทำงานของกระเพาะปัสสาวะในระยะยาว

หากฝึกแล้วรู้สึกเจ็บ ปวดหน่วงมากขึ้น หรือมีเลือดออกผิดปกติ ควรหยุดฝึกทันทีและปรึกษาแพทย์ ผลลัพธ์จากการฝึกกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานแตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของปัญหาที่มีอยู่เดิม การฝึกด้วยตนเองเป็นข้อมูลเบื้องต้นเพื่อการดูแลสุขภาพทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์ได้ หากมีอาการรุนแรงหรือต่อเนื่อง ควรได้รับการประเมินจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

ภาพผู้หญิงนอนหงายชันเข่าบนเสื่อโยคะเพื่อฝึกท่าเริ่มต้น

อยากได้แนวทางดูแลสุขภาพร่างกายส่วนล่างที่ครบถ้วนกว่านี้ เริ่มต้นได้เลยวันนี้

ดูข้อมูลเพิ่มเติม

สรุปและแนวทางฝึกต่อเนื่อง

กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานฝึกให้แข็งแรงขึ้นได้จริง เริ่มจากการหาตำแหน่งกล้ามเนื้อให้ถูกต้อง ฝึกเกร็งคลายอย่างสม่ำเสมอในท่าที่ควบคุมได้ง่ายก่อน แล้วค่อยขยับไปฝึกในท่าที่ใกล้เคียงชีวิตประจำวันมากขึ้น ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความหนักของแต่ละครั้ง และหากมีอาการที่กังวลควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัย

ข้อมูลในบทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคลและไม่สามารถทดแทนการวินิจฉัยจากแพทย์ได้ ผู้ที่มีอาการปัสสาวะเล็ด อุ้งเชิงกรานหย่อน ปวดขณะฝึก หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์และหลังคลอด ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มโปรแกรมฝึกเฉพาะทาง

วันนี้ลองหาเวลาสัก 2-3 นาทีเพื่อฝึกเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานดูสักครั้ง แล้วสังเกตว่าตัวเองหาตำแหน่งที่ถูกต้องได้ง่ายแค่ไหน

แหล่งอ้างอิง
  • CDC, “Adult Activity: An Overview”, 2023, https://www.cdc.gov/physical-activity-basics/guidelines/adults.html – ยืนยันคำแนะนำเรื่องความถี่ขั้นต่ำของกิจกรรมเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสำหรับผู้ใหญ่
  • WHO, “WHO Guidelines on Physical Activity and Sedentary Behaviour”, 2020, https://apps.who.int/iris/handle/10665/336656 – ยืนยันแนวทางกิจกรรมเสริมสร้างกล้ามเนื้อสำหรับทุกกลุ่มวัย รวมถึงคำแนะนำเฉพาะสำหรับหญิงตั้งครรภ์และหลังคลอด

เข้าร่วมชุมชนของเรา

การอ้างอิงบทความนี้

แหล่งที่มา: Atovia (Atovia). https://atovia.kr

Leave a Comment