สุขภาพดีทุกวัน

สุขภาพ การออกกำลังกาย และนิสัยประจำวัน

บล็อกที่ดูแลโดย พี่อาโต

ลดความเครียดจากงาน 10 วิธีที่ทำได้จริงทุกวัน

⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!

สาระสำคัญที่ควรรู้
  • ความเครียดจากงานเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย และไม่ได้แปลว่าคุณอ่อนแอหรือจัดการตัวเองไม่ได้
  • นิสัยเล็ก ๆ ที่ทำต่อเนื่อง เช่น จัดลำดับงาน ปิดงานตรงเวลา และพักสั้น ๆ ระหว่างวัน ช่วยให้ความเครียดเบาลงได้
  • ความเครียดทั่วไปมักผ่านไปเมื่องานจบ ส่วนความเครียดสะสมจะค้างอยู่แม้พักแล้ว และเริ่มกระทบการนอนหรืออารมณ์
  • ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อความเครียดกระทบการนอน การทำงาน หรือความสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน

ปิดคอมพิวเตอร์แล้ว แต่หัวยังวนคิดเรื่องงานที่ค้างอยู่ และพรุ่งนี้ต้องส่งอีก คุณไม่ได้เป็นคนเดียวที่เจอแบบนี้ บทความนี้รวมวิธีลดความเครียดจากงานที่ลงมือทำได้ทันที ตั้งแต่การจัดลำดับงาน การตั้งขอบเขตเวลา เทคนิคผ่อนคลายสั้น ๆ ไปจนถึงการรู้ว่าเมื่อไรควรขอความช่วยเหลือ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการดูแลตนเอง ไม่ใช่การวินิจฉัยโรค และไม่สามารถแทนคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตได้

ความเครียดจากงานคืออะไร และพบได้บ่อยแค่ไหน

พนักงานออฟฟิศนั่งที่โต๊ะทำงานในช่วงบ่าย มองหน้าจออย่างครุ่นคิด

ความเครียดจากงานคือปฏิกิริยาของร่างกายและจิตใจเมื่อเจอแรงกดดันในการทำงาน เช่น งานเยอะ เวลาจำกัด หรือความคาดหวังสูง ความเครียดในระดับพอดีเป็นปฏิกิริยาปกติ และบางครั้งช่วยให้เราตื่นตัวและทำงานให้เสร็จได้

  • ความเครียดระยะสั้น: เกิดช่วงที่มีงานเร่ง เช่น ก่อนส่งงานหรือก่อนนำเสนอ และมักคลายลงเมื่อสถานการณ์ผ่านไป
  • ความเครียดสะสม: เกิดต่อเนื่องโดยไม่มีช่วงฟื้นตัว จนรู้สึกเหนื่อยล้าแม้ได้พัก

เมื่อความเครียดจากงานสะสมนานและจัดการไม่ได้ องค์การอนามัยโลกอธิบายว่าอาจนำไปสู่ภาวะหมดไฟจากการทำงาน ซึ่งมีลักษณะสำคัญคือเหนื่อยล้าหมดแรง รู้สึกห่างเหินหรือท้อต่องาน และประสิทธิภาพลดลง

พนักงานออฟฟิศนั่งที่โต๊ะทำงานในช่วงบ่าย มองหน้าจออย่างครุ่นคิด

สาเหตุที่ทำให้เครียดเรื่องงาน

โต๊ะทำงานที่มีเอกสารและโน้ตกำหนดส่งงานวางเต็มโต๊ะ

การรู้ว่าความเครียดมาจากจุดไหน ช่วยให้เลือกวิธีแก้ได้ตรงขึ้น สาเหตุที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ปริมาณงานมากเกินไป: เช่น รับงานใหม่ต่อเนื่องโดยที่งานเก่ายังไม่เสร็จ
  • กำหนดส่งกระชั้นชิด: เช่น ได้รับงานตอนบ่ายแต่ต้องส่งภายในเย็นวันเดียวกัน
  • บทบาทไม่ชัดเจน: ไม่แน่ใจว่าอะไรคือหน้าที่ของตัวเองหรือผลงานที่หัวหน้าคาดหวัง
  • ความสัมพันธ์ในที่ทำงาน: เช่น ความเห็นไม่ตรงกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้า
  • ความไม่มั่นคงในงาน: กังวลเรื่องรายได้ สัญญาจ้าง หรือการเปลี่ยนแปลงในองค์กร
  • เวลางานปนกับเวลาส่วนตัว: เช่น ตอบแชตงานตอนดึกหรือวันหยุดเป็นประจำ

สัญญาณเตือนว่าความเครียดเริ่มสะสม

ผู้หญิงนั่งนวดไหล่ตัวเองข้างโต๊ะทำงานในช่วงค่ำ

สัญญาณต่อไปนี้ อาจเป็นสัญญาณ ว่าความเครียดเริ่มสะสม ไม่ได้ใช้ยืนยันว่าเป็นโรคใดโรคหนึ่ง

โต๊ะทำงานที่มีเอกสารและโน้ตกำหนดส่งงานวางเต็มโต๊ะ
  • ด้านร่างกาย: นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท ปวดศีรษะบ่อย ปวดเมื่อยบริเวณคอและไหล่
  • ด้านอารมณ์: หงุดหงิดง่าย ใจร้อน รู้สึกหมดไฟหรือหมดแรงใจกับงานที่เคยทำได้
  • ด้านพฤติกรรม: เลื่อนงานออกไปเรื่อย ๆ หลีกเลี่ยงการพูดคุย กินหรือดื่มมากกว่าปกติ

หากพบสัญญาณหลายข้อพร้อมกันและเป็นต่อเนื่อง ให้เริ่มลดภาระและพักฟื้นอย่างจริงจัง รวมถึงพิจารณาปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

จัดลำดับความสำคัญของงานให้เบาลง

สมุดแพลนเนอร์และปากกาวางบนโต๊ะ มีรายการงานที่เขียนไว้เป็นระเบียบ

เมื่องานดูเหมือนมากไปหมด ให้แยกงานออกเป็นกลุ่มก่อนลงมือทำ จะช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มที่ไหน

ผู้หญิงนั่งนวดไหล่ตัวเองข้างโต๊ะทำงานในช่วงค่ำ
  • ทำก่อน: งานที่สำคัญและมีกำหนดใกล้
  • วางแผนเวลา: งานที่สำคัญแต่ยังไม่เร่ง
  • ส่งต่อได้: งานที่คนอื่นช่วยทำได้
  • ปล่อยได้: งานที่ไม่ส่งผลอะไรหากไม่ทำ

แนวทางที่ลองใช้ได้คือเลือกงานหลักไม่เกิน 3 อย่างต่อวัน (เป็นแนวปฏิบัติ ไม่ใช่กฎตายตัว) ตัวอย่างหนึ่งวัน เช่น

  • ช่วงเช้า: งานหลักข้อที่ 1 ซึ่งต้องใช้สมาธิมากที่สุด
  • ช่วงบ่าย: งานหลักข้อที่ 2 และตอบอีเมลหรือข้อความเป็นรอบ ๆ
  • ก่อนเลิกงาน: งานหลักข้อที่ 3 และจดสิ่งที่ต้องทำต่อในวันพรุ่งนี้
สมุดแพลนเนอร์และปากกาวางบนโต๊ะ มีรายการงานที่เขียนไว้เป็นระเบียบ

กำหนดขอบเขตระหว่างเวลางานกับเวลาพัก

คนปิดแล็ปท็อปตอนเย็นและเตรียมออกจากที่ทำงาน

เมื่อเวลางานไม่มีจุดจบ ร่างกายและใจจะไม่ได้ฟื้นตัว ลองตั้งขอบเขตง่าย ๆ ดังนี้

  • กำหนดเวลาเลิกงานและพยายามปิดงานตามเวลานั้นอย่างน้อยบางวันในสัปดาห์
  • ปิดการแจ้งเตือนแอปงานนอกเวลา หรือแยกบัญชีงานกับบัญชีส่วนตัว
  • จดสิ่งที่ค้างใจลงกระดาษก่อนเลิกงาน เพื่อให้สมองไม่ต้องจำต่อ

ตัวอย่างประโยคปฏิเสธหรือต่อรองงานเพิ่มอย่างสุภาพ

คนปิดแล็ปท็อปตอนเย็นและเตรียมออกจากที่ทำงาน

🛒 สินค้าแนะนำ

AliExpress 🛒 สินค้าแนะนำ

  • “ตอนนี้ฉันกำลังทำงาน A และ B อยู่ ถ้าต้องรับงานนี้เพิ่ม ควรเลื่อนงานไหนก่อนดีคะ”
  • “งานนี้ทำเสร็จได้ภายในวันพฤหัสบดีค่ะ ถ้าต้องการเร็วกว่านั้น ขอปรึกษาเรื่องลำดับความสำคัญก่อนนะคะ”
  • “ขอตอบเรื่องนี้ในเวลาทำการพรุ่งนี้เช้านะครับ”

เทคนิคผ่อนคลายสั้น ๆ ระหว่างวัน

คนยืนยืดเหยียดร่างกายข้างหน้าต่างในออฟฟิศ

เทคนิคด้านล่างใช้เวลาไม่เกิน 5 นาที และทำได้ที่โต๊ะทำงาน เป็นคำแนะนำทั่วไปสำหรับการดูแลตนเอง

คนยืนยืดเหยียดร่างกายข้างหน้าต่างในออฟฟิศ
  1. หายใจช้า ๆ: นั่งหลังตรง หายใจเข้าทางจมูกช้า ๆ นับ 4 แล้วหายใจออกช้า ๆ นับ 6 ทำซ้ำประมาณ 5 รอบ
  2. ยืดเหยียด: ลุกขึ้นยืน ยกแขนเหนือศีรษะ เอียงคอเบา ๆ ทั้งสองข้าง และหมุนไหล่ช้า ๆ
  3. พักสายตา: มองออกไปไกลนอกหน้าต่างสักครู่ แล้วกะพริบตาช้า ๆ
  4. เดินสั้น ๆ: เดินไปรินน้ำหรือเดินรอบชั้น เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

ลองตั้งเวลาพักสั้น ๆ ทุกช่วงของวัน แทนที่จะรอจนเหนื่อยแล้วค่อยพัก

ดูแลการนอน การกิน และการขยับร่างกาย

คนเดินเล่นในสวนสาธารณะตอนเช้าหลังตื่นนอน

เมื่อร่างกายพักไม่พอ ความอดทนต่อแรงกดดันมักลดลง อารมณ์จึงแกว่งง่ายขึ้น การดูแลพื้นฐานจึงช่วยให้รับมือกับงานได้ดีขึ้น ลองตั้งเป้าเล็ก ๆ ที่เริ่มได้ทันที

คนเดินเล่นในสวนสาธารณะตอนเช้าหลังตื่นนอน
  • การนอน: เข้านอนและตื่นให้เป็นเวลาใกล้เคียงกันทุกวัน และวางโทรศัพท์ไว้ห่างเตียง
  • การกิน: กินอาหารให้เป็นมื้อ ไม่ข้ามมื้อเพราะงานเยอะ และดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • การขยับร่างกาย: เดินหรือออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ เริ่มจากวันละ 10 นาทีก็ได้
  • คาเฟอีน: สังเกตว่าเครื่องดื่มคาเฟอีนช่วงบ่ายถึงเย็นรบกวนการนอนของคุณหรือไม่ ถ้าใช่ ลองลดลงดู

คุยกับใครและขอความช่วยเหลืออย่างไร

สองคนนั่งคุยกันในร้านกาแฟอย่างผ่อนคลาย

การเก็บความเครียดไว้คนเดียวมักทำให้หนักขึ้น ลองเริ่มจากคนที่ไว้ใจได้ตามลำดับต่อไปนี้

  • หัวหน้างาน: พูดถึงภาระงานด้วยข้อเท็จจริง เช่น งานที่รับอยู่ กำหนดส่ง และสิ่งที่ต้องการให้ช่วยจัดลำดับ
  • คนใกล้ชิด: เพื่อนหรือครอบครัวที่รับฟังได้โดยไม่ตัดสิน
  • ผู้เชี่ยวชาญ: นักจิตวิทยาหรือแพทย์ เมื่อความเครียดต่อเนื่องจนกระทบการนอน การทำงาน หรือความสัมพันธ์
สองคนนั่งคุยกันในร้านกาแฟอย่างผ่อนคลาย

หากต้องการคนรับฟังหรือคำปรึกษาเบื้องต้น สามารถโทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ของกรมสุขภาพจิต ซึ่งเปิดให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และมีเว็บไซต์ให้ข้อมูลและเครื่องมือดูแลสุขภาพจิตเพิ่มเติมที่ www.สุขภาพจิต.com

ตารางเปรียบเทียบเทคนิคลดความเครียด

ภาพโต๊ะทำงานที่มีสมุดจดและแก้วน้ำ แสดงบรรยากาศการเลือกวิธีดูแลตนเอง

เวลาที่ใช้และระดับความยากในตารางเป็นค่าประมาณเพื่อให้เห็นภาพ แต่ละคนอาจแตกต่างกัน

เทคนิค เวลาที่ใช้ (โดยประมาณ) เหมาะกับสถานการณ์ ระดับความยาก
หายใจลึก ช้า ๆ 2-5 นาที ก่อนประชุมหรือหลังรับข่าวที่กดดัน ง่าย
พักเดิน ประมาณ 10 นาที รู้สึกตึงหรือสมาธิหลุดกลางวัน ง่าย
จดสิ่งที่ค้างใจ 5-10 นาที คิดเรื่องงานวนก่อนนอนหรือก่อนเลิกงาน ง่าย
ปิดแจ้งเตือนนอกเวลา ตั้งค่าครั้งเดียว ถูกงานรบกวนช่วงเย็นและวันหยุด ปานกลาง
ออกกำลังกายเบา ๆ 10-30 นาที เครียดสะสมหรือนอนหลับยาก ปานกลาง
โต๊ะทำงานที่มีสมุดจดและแก้วน้ำ แสดงบรรยากาศการเลือกวิธีดูแลตนเอง

เช็กลิสต์ประจำสัปดาห์และคำถามที่พบบ่อย

มือกำลังติ๊กรายการในเช็กลิสต์บนกระดาษข้างแก้วชา

ใช้เช็กลิสต์นี้ทบทวนตัวเองทุกสัปดาห์ ไม่ต้องทำครบทุกข้อ ค่อย ๆ เพิ่มทีละนิด

  • ☐ ฉันมีเวลาพักกลางวันจริงอย่างน้อยบางวัน
  • ☐ ฉันปิดงานตรงเวลาอย่างน้อย 3 วันในสัปดาห์นี้
  • ☐ ฉันเลือกงานหลักของแต่ละวันไว้ล่วงหน้า
  • ☐ ฉันพักสั้น ๆ ระหว่างวันอย่างน้อยวันละครั้ง
  • ☐ ฉันนอนครบตามเป้าหมายของตัวเองอย่างน้อยบางวัน
  • ☐ ฉันขยับร่างกายอย่างน้อยสองสามครั้งในสัปดาห์
  • ☐ ฉันได้พูดคุยกับใครสักคนเรื่องงานหรือความรู้สึก
  • ☐ ฉันมีช่วงเวลาทำสิ่งที่ชอบโดยไม่เกี่ยวกับงาน

เครียดจากงานแบบไหนถือว่าผิดปกติ

ความเครียดที่ต่อเนื่องจนกระทบการนอน อารมณ์ การทำงาน หรือความสัมพันธ์ ควรได้รับการดูแลและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้ไม่สามารถวินิจฉัยได้ว่าเป็นโรคหรือไม่

มือกำลังติ๊กรายการในเช็กลิสต์บนกระดาษข้างแก้วชา

ควรลาพักไหม

หากรู้สึกหมดแรงจนทำงานไม่ไหว การลาพักอาจช่วยให้ร่างกายและใจได้ฟื้นตัว ควรปรึกษาหัวหน้าหรือฝ่ายบุคคลตามสิทธิ์ที่มี และปรึกษาแพทย์หากกังวลเรื่องสุขภาพ

ทำงานที่บ้านเครียดเพราะอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยคือเวลางานกับเวลาส่วนตัวปะปนกัน ไม่มีจุดเริ่มและจบวันชัดเจน และขยับร่างกายน้อยลง ลองกำหนดมุมทำงาน ตั้งเวลาเลิกงาน และลุกเดินเป็นช่วง ๆ

วิธีไหนเห็นผลเร็วที่สุด

ไม่มีวิธีเดียวที่ได้ผลกับทุกคน แต่การหายใจช้า ๆ และการพักเดินสั้น ๆ เป็นวิธีง่ายที่ลองได้ทันที ส่วนการจัดลำดับงานและตั้งขอบเขตเวลามักเห็นผลเมื่อทำต่อเนื่องหลายวัน

ลองเลือกเทคนิคเดียวจากตารางด้านบน แล้วนำไปใช้ในสัปดาห์นี้ เริ่มจากสิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับคุณก่อน

ดูตารางเทคนิคลดความเครียด

แหล่งอ้างอิง

  1. กรมสุขภาพจิต, ข้อมูลสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง และเว็บไซต์ข้อมูลสุขภาพจิต, เผยแพร่ผ่าน HFocus: https://www.hfocus.org/content/2026/09/39345
  2. กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข, สายด่วนให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพจิต 1323: https://www.mitihoon.com/?p=251044
  3. องค์การอนามัยโลก (WHO), คำอธิบายภาวะหมดไฟจากการทำงานในการจัดหมวดหมู่โรคระหว่างประเทศ ฉบับที่ 11 (ICD-11)

ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม

ดูเพิ่มเติมที่ Atovia →

เข้าร่วมชุมชนของเรา

การอ้างอิงบทความนี้

แหล่งที่มา: Atovia (Atovia). https://atovia.kr

Leave a Comment