⚠️ หน้านี้เชื่อมต่อคุณกับพันธมิตรและตลาดพันธมิตรของ Atovia เราอาจได้รับค่าคอมมิชชันจากพันธมิตรสำหรับกิจกรรมที่ทำผ่านลิงก์เหล่านี้ ข้อเสนอส่วนลดอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามนโยบาย! มั่นใจได้ว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับคุณ! เราหวังว่านี่จะช่วยประหยัดเวลาของคุณในการค้นหาสินค้าที่เหมาะสม!
วิตามินดี3 และเค2 มักถูกขายคู่กันเพราะทั้งสองตัวเกี่ยวข้องกับการใช้แคลเซียมของร่างกาย แต่คำว่า “ที่ดีที่สุด” ไม่ได้หมายถึงแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง บทความนี้จึงไม่จัดอันดับแบรนด์ แต่ให้เกณฑ์ที่ตรวจสอบได้เอง ได้แก่ ปริมาณ รูปแบบสาร คุณภาพการผลิต และความปลอดภัย ข้อมูลในบทความเป็นความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ หากมีโรคประจำตัว ใช้ยาประจำ หรือกำลังตั้งครรภ์ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้อาหารเสริมทุกชนิด
- วิตามินดี3 และเค2 ทำงานร่วมกันอย่างไร
- วิตามินดี3 ต่างจากวิตามินดี2 อย่างไร
- วิตามินเค2 แบบ MK-4 และ MK-7 ต่างกันอย่างไร
- ปริมาณที่แนะนำ และหน่วย IU กับไมโครกรัม
- เกณฑ์เลือกซื้อ 7 ข้อ
- ตารางเปรียบเทียบประเภทผลิตภัณฑ์
- เช็กลิสต์อ่านฉลากก่อนจ่ายเงิน
- ใครควรระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผลข้างเคียงและวิธีรับประทานที่เหมาะสม
- คำถามที่พบบ่อย
- บทความนี้ให้เกณฑ์เลือกซื้อ ไม่ได้จัดอันดับหรือแนะนำแบรนด์ใด
- วิตามินดี 1 ไมโครกรัมเท่ากับ 40 IU ตรวจหน่วยบนฉลากให้ดีก่อนเปรียบเทียบ
- วิตามินเค2 มี 2 รูปแบบหลักคือ MK-4 และ MK-7 ซึ่งอยู่ในร่างกายได้นานต่างกัน
- ผู้ใช้ยาวาร์ฟาริน ผู้มีโรคไต หญิงตั้งครรภ์ และเด็ก ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้
- การได้รับวิตามินดีมากเกินไปอาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูงและกระทบไต
วิตามินดี3 และเค2 ทำงานร่วมกันอย่างไร
วิตามินดีช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมจากอาหารได้ดีขึ้น ส่วนวิตามินเค2 เกี่ยวข้องกับโปรตีนบางชนิด เช่น ออสทีโอแคลซินและ MGP ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการนำแคลเซียมไปใช้ในกระดูกและเนื้อเยื่อ นี่คือเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์จำนวนมากรวมสองวิตามินนี้ไว้ด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม กลไกที่อธิบายได้ในห้องปฏิบัติการไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ทางคลินิกจะชัดเจนเสมอไป ยังมีผลการศึกษาที่ไม่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการลดกระดูกหักหรือผลต่อหลอดเลือด จึงไม่ควรคาดหวังว่าอาหารเสริมจะรักษาหรือป้องกันโรคได้
วิตามินดี3 ต่างจากวิตามินดี2 อย่างไร
วิตามินดีที่ใช้ในอาหารเสริมมี 2 รูปแบบหลัก คือ ดี2 (เออร์โกแคลซิเฟอรอล) และดี3 (โคเลแคลซิเฟอรอล) งานวิเคราะห์รวมหลายฉบับพบว่าดี3 มักเพิ่มระดับ 25(OH)D ในเลือดได้ดีกว่าดี2 แต่ไม่ได้หมายความว่าดีกว่าในทุกกรณี
แหล่งที่มาของดี3 ส่วนใหญ่มาจากไขมันขนแกะ (ลาโนลิน) ส่วนผู้ที่รับประทานมังสวิรัติสามารถมองหาดี3 ที่สกัดจากไลเคนได้
สำหรับคนไทยที่ทำงานในอาคารและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในที่ร่ม แม้ประเทศจะมีแสงแดดมาก ก็อาจได้รับแสงแดดโดยตรงน้อยกว่าที่คิด นี่เป็นข้อสังเกตเชิงไลฟ์สไตล์ ไม่ใช่ตัวเลขความชุกของภาวะขาดวิตามินดี หากสงสัยว่าตนเองขาด ควรให้แพทย์เป็นผู้พิจารณาการตรวจ

วิตามินเค2 แบบ MK-4 และ MK-7 ต่างกันอย่างไร
วิตามินเค2 เป็นกลุ่มสารที่เรียกว่าเมนาควิโนน (MK) โดยที่พบในอาหารเสริมบ่อยที่สุดคือ MK-4 และ MK-7
- MK-4: พบในผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และมีแบบสังเคราะห์ ครึ่งชีวิตในร่างกายค่อนข้างสั้น ราวไม่กี่ชั่วโมง
- MK-7: พบมากในนัตโตะ (ถั่วเหลืองหมัก) อยู่ในร่างกายได้นานกว่ามาก ราว 3 วัน จึงมักพบในผลิตภัณฑ์ที่รับประทานวันละครั้ง
ความต่างของครึ่งชีวิตเป็นเหตุผลที่ฉลากบางชนิดแนะนำความถี่ในการรับประทานไม่เหมือนกัน ควรทำตามฉลากหรือคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร
ปริมาณที่แนะนำ และหน่วย IU กับไมโครกรัม
ข้อมูลต่อไปนี้อ้างอิงจาก NIH Office of Dietary Supplements เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำสั่งแพทย์ และไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล
- วิตามินดี 1 ไมโครกรัม เท่ากับ 40 IU
- ปริมาณที่แนะนำต่อวัน: 600 IU (15 ไมโครกรัม) สำหรับอายุ 1-70 ปี และ 800 IU (20 ไมโครกรัม) สำหรับอายุมากกว่า 70 ปี
- ขีดสูงสุดที่ปลอดภัย (UL): 4,000 IU (100 ไมโครกรัม) ต่อวัน สำหรับอายุ 9 ปีขึ้นไป โดยเด็กเล็กมีค่าต่ำกว่านี้ตามช่วงอายุ
- วิตามินเคโดยรวม (ไม่แยกเค2) มีค่าที่เพียงพอ (AI) 120 ไมโครกรัมสำหรับผู้ชายวัยผู้ใหญ่ และ 90 ไมโครกรัมสำหรับผู้หญิง ปัจจุบันยังไม่มีค่าแนะนำแยกเฉพาะเค2

ค่าอ้างอิงสำหรับคนไทยโดยเฉพาะอาจแตกต่างจากข้างต้น ควรสอบถามแพทย์ เภสัชกร หรือตรวจสอบกับหน่วยงานสาธารณสุขของไทย
เกณฑ์เลือกซื้อ 7 ข้อ
- ปริมาณต่อเม็ด: ดูว่าระบุเป็น IU หรือไมโครกรัม และคำนวณปริมาณรวมต่อวันให้ไม่เกินที่แพทย์แนะนำ
- รูปแบบสาร: ฉลากควรระบุชัดว่าเป็นดี3 และเค2 แบบใด (MK-4 หรือ MK-7)
- ตัวพา: ดี3 แบบแคปซูลน้ำมันมักรับประทานพร้อมมื้ออาหารได้สะดวก
- สารก่อภูมิแพ้: ตรวจฉลากเรื่องถั่วเหลือง กลูเตน หรือนม โดยเฉพาะหากแพ้อาหาร
- การทดสอบจากบุคคลที่สาม: มองหาตราสัญลักษณ์ เช่น USP หรือ NSF แต่สินค้าที่ขายในไทยอาจไม่มี จึงใช้เป็นเกณฑ์เสริม ไม่ใช่เงื่อนไขตายตัว
- เลขสารบบอาหารของ อย.: อาหารเสริมในไทยต้องมีเลข 13 หลักบนฉลาก และตรวจสอบได้ผ่านระบบของ อย.
- วันหมดอายุและการเก็บรักษา: เก็บให้พ้นความร้อนและความชื้น ปิดฝาให้สนิท
ตารางเปรียบเทียบประเภทผลิตภัณฑ์
| ประเภทผลิตภัณฑ์ | จุดเด่น | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| วิตามินดี3 เดี่ยว | ปรับปริมาณได้ง่าย เหมาะกับผู้ที่แพทย์กำหนดให้เสริมดีเท่านั้น | ไม่มีเค2 ผู้ที่ต้องการทั้งสองตัวต้องซื้อแยก |
| วิตามินเค2 เดี่ยว | เลือกรูปแบบ MK-4 หรือ MK-7 ได้ตามต้องการ | ต้องระวังหากใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด |
| แบบรวมดี3 และเค2 | สะดวก รับประทานเม็ดเดียว | ปรับสัดส่วนของแต่ละตัวไม่ได้ และอาจไม่เหมาะกับทุกคน |
ตารางนี้เป็นการเปรียบเทียบประเภทผลิตภัณฑ์โดยทั่วไป ไม่ใช่การจัดอันดับแบรนด์ และไม่ได้ระบุว่าประเภทใดดีกว่ากัน

🛒 สินค้าแนะนำ
เช็กลิสต์อ่านฉลากก่อนจ่ายเงิน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นฉลากสมมติเพื่อการอธิบายเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำปริมาณ ช่วงตัวเลขที่ใช้เป็นช่วงที่พบได้บ่อยในตลาด
- “วิตามินดี3 1,000 IU”: แปลงเป็นไมโครกรัมได้ 25 ไมโครกรัม (1,000 หาร 40) เทียบกับค่าแนะนำและขีดสูงสุดที่ปลอดภัยข้างต้น
- “วิตามินเค2 (MK-7) 100 ไมโครกรัม”: ตรวจว่าเป็น MK-7 จริง และดูว่าต้องรับประทานกี่เม็ดต่อวัน
- “1 เม็ดต่อวัน”: ดูว่าตัวเลขบนฉลากเป็นปริมาณต่อ 1 เม็ดหรือต่อหลายเม็ด
- ส่วนประกอบอื่น: ตรวจสารก่อภูมิแพ้ ตัวพา และแหล่งที่มาของดี3 (เช่น ลาโนลินหรือไลเคน)
- เลขสารบบอาหาร 13 หลัก: นำไปตรวจสอบในระบบของ อย.
- วันหมดอายุ: ตรวจก่อนซื้อทุกครั้ง
ใครควรระวังหรือปรึกษาแพทย์ก่อน
- ผู้ใช้ยาวาร์ฟาริน: วิตามินเค (รวมเค2) มีผลต่อยาต้านการแข็งตัวของเลือด ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ และควรรักษาปริมาณการรับประทานให้สม่ำเสมอ
- ผู้มีโรคไต หรือภาวะแคลเซียมในเลือดสูง: วิตามินดีเพิ่มการดูดซึมแคลเซียม อาจไม่เหมาะกับบางภาวะ
- หญิงตั้งครรภ์และให้นมบุตร: ปริมาณที่เหมาะสมควรให้แพทย์กำหนด
- เด็ก: ค่าขีดสูงสุดที่ปลอดภัยต่ำกว่าผู้ใหญ่ ไม่ควรให้ผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่โดยไม่ปรึกษาแพทย์
หากอยู่ในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งข้างต้น หรือมีโรคประจำตัวอื่น กรุณาปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเริ่มใช้

ผลข้างเคียงและวิธีรับประทานที่เหมาะสม
การได้รับวิตามินดีมากเกินไปอาจทำให้แคลเซียมในเลือดสูง อาการที่พบได้ เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง และอาจกระทบการทำงานของไต หากมีอาการเหล่านี้หลังเสริมวิตามิน ควรหยุดใช้และพบแพทย์
วิตามินดีและเคละลายในไขมัน การรับประทานพร้อมมื้อที่มีไขมันช่วยการดูดซึม เช่น มื้อที่มีไข่ ปลา หรือถั่ว ไม่ควรรับประทานเกินกว่าที่ฉลากหรือแพทย์แนะนำ และควรนับวิตามินดีจากผลิตภัณฑ์อื่น เช่น มัลติวิตามินหรือแคลเซียมผสมดีรวมด้วย
ผู้ที่ใช้ยาประจำหรือมีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องเวลาและวิธีรับประทานที่เหมาะสม
คำถามที่พบบ่อย
ต้องกินวิตามินดี3 คู่กับเค2 เสมอหรือไม่
ไม่จำเป็นเสมอไป ขึ้นกับสุขภาพ ผลตรวจ และคำแนะนำของแพทย์ บางคนอาจต้องการเพียงตัวใดตัวหนึ่ง
ตากแดดแทนอาหารเสริมได้หรือไม่
แสงแดดเป็นแหล่งวิตามินดีของร่างกาย แต่ปริมาณที่ได้ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ช่วงเวลา สีผิว และการป้องกันแสงแดด จึงไม่สามารถระบุจำนวนนาทีที่แน่นอนสำหรับทุกคนได้ ควรสอบถามแพทย์

ควรตรวจระดับวิตามินดีก่อนกินหรือไม่
แนวปฏิบัติสำคัญหลายฉบับไม่แนะนำให้ตรวจคัดกรองเป็นประจำในประชากรทั่วไปที่ไม่มีความเสี่ยง แต่หากมีปัจจัยเสี่ยงหรือข้อสงสัย ให้แพทย์เป็นผู้พิจารณา
กินตอนไหนดีที่สุด
รับประทานพร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันเพื่อช่วยการดูดซึม และเลือกเวลาที่จำง่ายเพื่อให้รับประทานสม่ำเสมอ
ผลิตภัณฑ์ที่มีเลข อย. แปลว่าปลอดภัยสำหรับทุกคนหรือไม่
เลขสารบบอาหารแสดงว่าผลิตภัณฑ์ขึ้นทะเบียนในประเทศไทย แต่ไม่ได้รับรองว่าเหมาะกับทุกคน ผู้ที่ใช้ยาหรือมีโรคประจำตัวยังต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
วิตามินเค2 ถูกกฎหมายในอาหารเสริมของไทยหรือไม่
สถานะและข้อกำหนดปริมาณของเค2 ตามกฎหมายอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบเลขสารบบอาหารกับ อย. หรือสอบถามเภสัชกร
อยากดูแลกระดูกให้ครบทุกด้าน? อ่านต่อเรื่องการตรวจระดับวิตามินดีและการดูแลกระดูกอย่างเหมาะสม
สรุป
การเลือกวิตามินดี3 และเค2 ให้เหมาะสมเริ่มจากการอ่านฉลาก ตรวจปริมาณและหน่วย IU หรือไมโครกรัม ดูรูปแบบของเค2 (MK-4 หรือ MK-7) ตรวจเลขสารบบอาหารของ อย. และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกินขีดสูงสุดที่ปลอดภัย อาหารเสริมไม่ได้ใช้รักษาโรค และผู้ที่ใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีโรคไต ตั้งครรภ์ หรือต้องการให้เด็กใช้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
- NIH Office of Dietary Supplements: เอกสารข้อมูลเรื่องวิตามินดีสำหรับผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
- NIH Office of Dietary Supplements: เอกสารข้อมูลเรื่องวิตามินเคสำหรับผู้บริโภคและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ
- สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประเทศไทย: ระบบตรวจสอบเลขสารบบอาหาร
- งานวิจัยที่ตีพิมพ์เปรียบเทียบวิตามินดี3 กับดี2 และเปรียบเทียบเมนาควิโนน MK-4 กับ MK-7
ต้องการเปรียบเทียบและคู่มือการซื้อเพิ่มเติมไหม
การอ้างอิงบทความนี้
แหล่งที่มา: Atovia (Atovia). https://atovia.kr